มือฆ่าสาวหมกห้องพักมอบตัว แค้นถูกตุ๋นอ้างเป็นแพทย์หญิง

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4Ni8xOTMwMzEwLzguanBn

จากกรณี เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา พบศพนางอำพร อายุ 42 ปี ถูกฆ่าตาย ศพถูกทิ้งไว้ภายในห้องพักเลขที่ 8 ห้องพักเหมียว หมู่ 2 ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด ที่เกิดเหตุพบเสื้อกาวน์ปักหน้าอกว่า พญ.พรเพ็ญ และเสื้อครูโรงเรียนปักชื่อเดียวกันอีก 1 ตัว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฆ่าโหดสาวหมกห้องพัก เจอเสื้อกาวน์พญ.-ครู ปักชื่อ “พรเพ็ญ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (12 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. นายบุญเรือง อายุ 61 ปี ได้เดินทางเข้ามอบตัว หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.5/59 ลงวันที่ 11 ม.ค.ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังการรับมอบตัว ได้มีการนำตัวไปสอบปากคำและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

จากการสอบสวน นายบุญเรือง ให้การภาคเสธ โดยรับสารภาพว่าฆ่านางอำพร เพราะไม่ได้ตั้งใจ โดยเริ่มแรกรู้จักนางอำพร ผู้ตายอ้างว่าเป็นหมอ และทั้งคู่ก็พบรักกันก่อนเกิดเหตุทั้งสองคนตกลงกันว่าจะแต่งงานกัน โดยนางอำพรอ้างว่าพ่อแม่ไม่ชอบให้แอบคบกันต้องให้ผู้ใหญ่รับรู้

โดยบอกให้ฝ่ายชายหาเงินเยอะๆ แต่นายบุญเรืองบอกว่ามีแค่ 50,000 บาท นางอำพรบอกว่าไม่พอ ให้ไปหาเพิ่ม นายบุญเรืองก็หามาได้ 65,000 บาท แต่เมื่อได้เงินมาแล้ว นางอำพรไม่ยอมพาไปหาพ่อแม่ แต่พาเที่ยวไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งมาเปิดห้องพักแห่งนี้เมื่อค่ำวันที่ 7 ม.ค.

ระหว่างนั้นนายบุญเรืองถอนสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทไว้บนหัวเตียงก่อนนอนหลับ และสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ยินนางอำพร คุยกับผู้ชายให้ขายทองหนัก 3 บาท นายบุญเรืองก็มาตรวจสอบพบว่าสร้อยทองหายไป จึงเกิดการทะเลาะกับนางอำพร และมีการค้นของนางอำพร ก็พบเสื้อแพทย์หญิง เสื้อผู้อำนวยการโรงเรียน

นายบุญเรืองก็สงสัยและคิดว่าถูกต้มแน่นอน จึงเกิดการโต้เถียงและถูกด่าบุพการี พร้อมกับถูกนางอำพรถีบจนล้ม จึงโมโหคว้าก้อนหินที่วางไว้ในห้องฟาดนางอำพร จากนั้นนางอำพรก็หยิบมีดออกมาต่อสู้ จึงเกิดการแย่งอาวุธและนายบุญเรือง แย่งได้จึงแทงนางอำพรจนตาย ก่อนหลบหนีไป

เบื้องต้น หลังทำแผนในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายบุญเรือง ไปฝากขังไว้ที่ สภ.ดอยสะเก็ด และไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาเคยต้องคดีกระทำอนาจารเด็กบนรถโดยสาร เคยถูกดำเนินคดีและพ้นโทษมาแล้ว และมีคดีอนาจาร รวมถึงคดีเกี่ยวกับทรัพย์อีกหลายคดี

เส้นทางการแต่งตั้งพระสังฆราช : ลำดับพระอาวุโสโดยสมณศักดิ์

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI5NTkwLzQuanBn

การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 จะเป็นครั้งแรกที่ใช้กระบวนการตามกฎหมายคณะสงฆ์ ปี 2505 ฉบับแก้ไข ปี 2535 ซึ่งมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การยึดอาวุโสโดยสมณศักดิ์ และต่อไปนี้คือ 8 ลำดับพระอาวุโสโดยสมณศักดิ์ใช้ในกระบวนการการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่

ลำดับที่ 1
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ อายุ 91 ปี มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ คือ ได้รับสถานปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2538 ซึ่งขณะนี้อยู่ในตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช และ กรรมการมหาเถรสมาคม

ลำดับที่ 2
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม มีอาวุโสลำดับ 2 ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2544

ลำดับที่ 3 และ ลำดับที่ 4
สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ได้รับการสถาปนาพร้อมกัน คือ วันที่ 5 ธันวาคม 2552 แต่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เข้ารับการสถาปนาก่อน จึงถือว่ามีอาวุโสกว่าสมเด็จพระวันรัต

ลำดับที่ 5
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ได้รับการสถาปนาฯ ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2553

ลำดับที่ 6
สมเด็จพระธีรญาณมุนี ได้รับการสถาปนาฯ ปีเดียวกับ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ แต่พรรษาอ่อนกว่า จึงเข้ารับการสถาปนาทีหลัง

ลำดับที่ 7
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม ได้รับการสถาปนาฯ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2554

ลำดับที่ 8
สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราวรวิหาร ถือว่ามีอาวุโสโดยสมณศักดิ์น้อยที่สุด เพราะได้รับสถาปนาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี 2557

วันที่ 10 ม.ค.2559 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อธิบายว่าการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชต้องยึดตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงสมณศักดิ์สูงสุด

“อาวุโสของพระนั้นมี 2 แบบ คือ อาวุโสโดยพรรษา คือ บวชมานาน และอาวุโสโดยสมณศักดิ์ ซึ่งเราได้เปลี่ยนอาวุโสโดยพรรษามาเป็นอาวุโสโดยสมณศักดิ์มา 20 ปีกว่าแล้ว ด้วยเหตุว่าถ้ายึดตามอาวุโสโดยพรรษา พระรูปไหนที่แก่ที่สุด ชราที่สุดก็จะได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชซึ่งก็คงไม่เหมาะที่จะมาบริหารงานพระพุทธศาสนา จึงได้เปลี่ยนมาเป็นอาวุโสโดยสมณศักดิ์ คือ การเป็น สมเด็จก่อน” นายวิษณุกล่าว

ก่อนหน้านี้ การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชตามกฎหมาย ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช 6 พระองค์ คือสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 14 – 19 ใช่เวลานานตั้งแต่ 6 เดือน ถึง กว่า 1 ปีครึ่ง เพื่อสถาปนาตำแหน่งประมุขสูงสุดของคณะสงฆ์

ขณะที่ในคราวสมเด็จพระญาณสังวรได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ในปี 2532 ซึ่งยังยึดตามกฎหมายคณะสงฆ์ ปี 2505 ฉบับเดิมกำหนดให้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

แม้ขณะนั้นสมเด็จพระญาณสังวร จะมีสมณศักดิ์สูงสุด แต่เมื่อเทียบด้วยพรรษา ถือว่ามีพรรษาน้อยกว่า และสมเด็จพระราชาคณะที่มีพรรษาสูงสุดในตอนนั้นไม่ขอรับตำแหน่ง สมเด็จพระญาณสังวร จึงได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19

ศพสาวปริศนาเผานั่งยาง ตร.ไร้ข้อมูล เร่งแกะรอยจากกุญแจรถ

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI4OTUwL25ld3MwOS5qcGc=

ตร.เร่งแกะปม-ตามหาตัว สาวปริศนาถูกเผานั่งยาง ป่าละเมาะที่มหาสารคาม คาดถูกล่อลวงมาฆ่า สืบเบาะแสจากกุญแจรถที่ตกอยู่

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (10 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ได้รับแจ้งเหตุพบกะโหลกศีรษะและโครงกระดูกบางส่วน คล้ายกับชิ้นส่วนมนุษย์ อยู่บริเวณป่าละเมาะทางด้านทิศตะวันออกของบ้านขวาทุ่ง ต.ภารแอ่น อ.พยัคฆภูมิพิสัย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่ารกร้าง พบกะโหลกศีรษะและโครงกระดูกบางส่วน เบื้องต้นพบว่าเป็นศพผู้หญิง อายุราวๆ 30-35 ปี อีกทั้งยังพบยกทรงชั้นในตกอยู่ รวมทั้งกุญแจรถจักรยานยนต์และเศษยางรถที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาอำพรางศพ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 4-5 วันแล้ว

ทั้งนี้จากการสอบสวนชาวบ้านละแวกดังกล่าว ไม่พบข้อมูลใดๆ ที่เชื่อมโยงกับศพผู้หญิงถูกเผาอำพรางครั้งนี้ ไม่มีรายงานบุคคลสูญหายในพื้นที่ จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นเหตุล่อลวงมาจากพื้นที่อื่นและฆาตกรรมอำพรางในพื้นที่นี้

นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านแจ้งว่า เมื่อหลายวันก่อนพบเห็นชายวัยกลางคน อายุราวๆ 40 ปี หาซื้อน้ำมันไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจจะเชื่อมโยงกับกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนหาข้อมูลคนหายในพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งติดตามเบาะแสจากกุญแจรถจักรยานยนต์ที่ตกอยู่ต่อไป

แพท ณปภา โพสต์ขอบคุณ พ่อแม่อดีตแฟน..มาขอโทษแทน

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI4NjUwL3BhdHQxMDEuanBn

ดูเหมือนว่าประเด็นร้อนๆ คลิปทะเลาะวิวาทที่มี แพท ณปภา เข้าไปมีส่วนร่วมจะเดินทางมาสู่บทสรุป เรื่องราวหลังจากนี้น่าจะคลี่คลายและเลือนหายไปจากหน้าสังคมตามกาลเวลา ล่าสุด สาวแพท ได้โพสต์อัพเดตความคืบหน้า ในทำนองว่าครอบครัวของฝ่ายชาย ได้มาพูดคุยและขอโทษแทนลูกชายของพวกเขา

เฟซบุ๊ก Patt Napapa Tantrakul ได้โพสต์ข้อความเอาไว้ เมื่อราวๆ 2 วันก่อน ระบุว่า “แพท ขอบคุณนะคะ ที่เข้ามาอธิบายให้แพทฟัง ขอบคุณคะ แพทไม่เคยโกรธหรืออะไรเลย แต่สงสารพ่อกับแม่มากกว่า ที่ต้องมาเจอแบบนี้ ต้องมาขอโทษแทนลูก แพทขอบคุณจากใจและเข้าใจความรู้สึกของพ่อกับแม่ค่ะ สู้นะ!!”

หลังจากข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับสาวแพท ก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา พร้อมกับให้กำลังใจทั้งสองฝ่าย ขอให้ประเด็นดังกล่าวจบลงด้วยดี ต่างคนต่างแยกย้ายไปมีชีวิตในเส้นทางของตัวเอง ขณะที่บางส่วนก็ยังคงมีการตำหนิฝ่ายชายที่เป็นสาเหตุของประเด็นฉาวๆ ครั้งนี้อยู่

เปิดใจ Andreas แฟนติช่า หลังหวานใจชนะ The Face Thailand 2

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI4NDcwLzU5LmpwZw==

บินตรงมาเกาะติดขอบเวที การประกวด The Face Thailand Season 2 รอบ Final Walk งานนี้ นายแบบหนุ่มชาวสวีเดน Andreas Wiig หวานใจของสาว ติช่า กันติชา ชุมมะ ทำเอาสาวๆ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะความหล่อออร่าแรงกระแทกลูกตา

ซึ่งหลังจากประกาศผลว่า สาวติช่า คือ The Face Thailand คนที่ 2  หนุ่ม Andreas Wiig ก็ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวบันเทิง Sanook! News เป็นที่แรกว่า “ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าติช่าจะได้ แต่ผมดีใจกับเขาจริงๆ เขาสู้มาก”

แดน ควง แพทตี้ ท่องยุโรป โรแมนติกหวานข้ามปี

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI3NzQyLzcwMC5qcGc=

เป็นอีกหนึ่งคู่รัก ที่ถึงจะไม่ค่อยมีเวลาให้กัน เพราะงานยุ่งกันทั้งคู่ แต่สำหรับ แดน วรเวช ที่พอมีเวลาว่าง ก็จะยกให้กับหวานใจรุ่นเด็ก แพทตี้ อังศุมาลิน ทันที ซึ่งส่วนมากจะเป็นต่างประเทศตลอด

และทริปล่าสุดกับการท่องเที่ยวยุโรป ที่ทั้งคู่แพลนกันไว้นานแล้ว ว่าจะแพ็คกระเป๋ากันไปครั้งนี้นานหลายวัน และไปทั้งหมดกว่า 4 ประเทศ ออสเตรีย ฮังการี เช็ก และเยี่ยมพี่สาวของแดนที่ประเทศฮอลแลนด์ หนุ่มแดนยอมงดรับงานช่วงปีใหม่ พาแพทตี้ไปเที่ยวแบบข้ามปี นานกว่าสองอาทิตย์ และไม่พลาดที่จะส่งรูปภาพบรรยากาศสวยๆ สุดแสนโรแมนติก ที่ต่างประเทศท่ามกลางหิมะตก ขับรถเที่ยวชมเมืองกันสองต่อสอง รวมถึงพลาดไม่ได้กับภาพหวานๆ ผ่านอินสตาแกรมของทั้งคู่ ที่ส่งตรงข้ามประเทศมาให้แฟนๆ ได้ดูกัน

แดน แพทตี้ เป็นอีกคู่ที่น่ารัก และแฟนๆ ก็ลุ้นว่าเมื่อไหร่คู่นี้จะมีข่าวดีกับเค้าสักที

ขรก.-ลูกจ้าง กทม. 9 หมื่นระทึก! ดูซุ้มไฟ ′ชายหมู′ ลุ้นโบนัส

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI3MjgyL25ld3MxNS5qcGc=

“โบนัสปีนี้ก็ไม่มีให้เจ้าหน้าที่ เงินบำนาญก็เพิ่งมาขอยืมเงินกองทุนเงินสะสม เหมือนยากจน แต่ยังใช้เงินฟุ่มเฟือย” คือ วาทะเปรียบเปรยของ “สุทธิชัย ทรรศนสฤษดิ์” สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่กล่าวในที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 1 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 6 มกราคม

สุทธิชัยเป็นผู้ยื่นกระทู้ถามสดเรื่อง ขอทราบเหตุผลและความจำเป็นของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการใช้งบประมาณจำนวนมากถึง 39 ล้านบาทเศษ ในการจัดแสดงซุ้มไฟแอลอีดีที่บริเวณลานคนเมือง (เสาชิงช้า) ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

เรื่องนี้คณะผู้บริหาร กทม.ควรจะต้องชี้แจงให้กระจ่าง เพราะความจริงอีกด้านหนึ่งคือ ช่วงสิ้นปี 2558 ข้าราชการและลูกจ้าง กทม.เกือบแสนคนยังไม่ได้รับโบนัส เนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีข้อทักท้วงไปยัง กทม.เกี่ยวกับนำเงินสะสมออกมาจ่ายโบนัสให้กับข้าราชการและบุคลากร เพราะตามหลักเกณฑ์การใช้เงินสะสมต้องเกิดจากกรณีฉุกเฉิน หรือมีความจำเป็น และกรณีเร่งด่วนเท่านั้น

ด้วยเหตุผลนี้ กทม.จึงไม่สามารถนำเงินสะสมมาจ่ายได้ อีกทั้งรายได้จากการจัดเก็บภาษีก็ลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลมีนโยบายลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนที่ดิน ส่งผลให้ กทม.ขาดรายได้ในส่วนนี้กว่าพันล้านบาท

จนถึงขณะนี้ ข้าราชการและลูกจ้าง กทม.ยังเฝ้ารอความหวังโบนัสประจำปี 2558 เพราะช่วงเวลานี้ไปจนถึงเดือนมีนาคม มีข่าวว่าคณะผู้บริหาร กทม.ได้มอบหมายให้ทั้ง 50 สำนักงานเขตเร่งจัดเก็บภาษีอย่างเข้มงวดให้ได้ตามเป้า รวมทั้งจัดเก็บภาษีรายใหม่ให้ครบถ้วน เพื่อจะได้มีเงินเหลือจ่ายเป็นโบนัสให้กับข้าราชการและบุคลากรทุกคน

คาดการณ์ว่าข้าราชการและบุคลากร กทม.จะได้รับโบนัสสูงสุดราว0.5 เท่าของเงินเดือน ซึ่งจะใช้งบประมาณราว 800 ล้านบาท น้อยกว่าเมื่อปี 2557 ที่บุคลากรของ กทม.เคยได้รับโบนัสสูงสุด 1.5 เท่าของเงินเดือน และ กทม.ใช้งบประมาณไปราว 2,000 ล้านบาท ขณะนี้บุคลากรของ กทม.มีประมาณ 90,000 คน แบ่งเป็นข้าราชการทั่วไปและข้าราชการครูประมาณ 30,000 คน และลูกจ้างอีกประมาณ 60,000 คน

ข้าราชการและลูกจ้าง กทม.ก็อย่าเพิ่งคร่ำครวญ หรือน้อยใจที่ยังไม่ได้รับโบนัสประจำปี ช่วงนี้ไปนั่งรอดูซุ้มไฟแอลอีดีที่ลานคนเมืองกันพลางๆ ก่อน เพราะเปิดให้ชมในเวลาจำกัดแค่วันที่ 31 มกราคมนี้เท่านั้น ส่วนคณะผู้บริหาร กทม.กำลังหาทางเจียดเงินมาแบ่งให้กับทุกคน อดทนรอกันอีกนิดนึง!

การ์ดร้านอาหาร จ.ภูเก็ต รุมทำร้ายลูกค้า เหตุเมาถีบจักรยานยนต์

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI2NTMwL2R3ZXJiZ2guanBn

(6 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก YouLike คลิปเด็ด เผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิด ที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ รวมพลังมัคคุเทศก์ไทย ต่อต้านไกด์เถื่อนต่างชาติ เป็นผู้โพสต์ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์บริเวณหน้าร้านอาหารชื่อดัง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมระบุข้อความว่า เหตุเกิด ณ ร้านอาหารชื่อดังตัวเมืองภูเก็ต พนักงานร้านกระทืบลูกค้าที่เดินออกมาจากร้านโดยไม่มีสาเหตุ

โดยในคลิป มีชายเดินออกมาจากร้านในสภาพคล้ายมึนเมา ก่อนถูกกลุ่มชายที่ยืนอยู่หน้าร้านรุมทำร้ายร่างกาย และมีชายสวมเครื่องแบบคล้ายตำรวจยืนมอง

ด้าน พ.ต.ท.กิติพงษ์ คล้ายแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวิชิต เจ้าของพื้นที่เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว เบื้องต้น ผู้เสียหายให้การว่า ในวันเกิดเหตุได้ดื่มเหล้า และพยายามพูดคุยกับสาวเสิร์ฟภายในร้าน แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงรู้สึกโกรธและออกมานอกร้าน ถีบรถจักรยานยนต์หน้าร้าน ซึ่งกลุ่มการ์ดร้านอาหารเห็นจึงเข้ามารุมทำร้าย

ทั้งนี้ ตำรวจได้สืบทราบตัวผู้ก่อเหตุในคลิปทั้งหมดแล้ว และจะเชิญตัวมาสอบสวนภายใน 1-2 วัน ส่วนชายที่แต่งกายคล้ายตำรวจในคลิป ยืนยันว่าไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของร้าน

ซุบซิบไปทั่ว “ใหม่ ดาวิกา” เริ่มงานละครใหม่ ฐานะดาราอิสระ

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI1NTk0L21haWkxMDEwLmpwZw==

หลังจากกลายเป็น “นักแสดงอิสระ” อย่างเต็มตัว นับตั้งแต่เปลี่ยนศักราชใหม่ ตอนนี้ใครๆ ก็รอคอยว่าผลงานใหม่ของนางเอกพันล้าน “ใหม่ ดาวิกา” จะไปโผล่อยู่ที่ไหน แม้ว่าจะมีข่าวออกมาประปราย เกี่ยวกับโปรเจ็คละครฟอร์มใหญ่ซีรีส์ชุด “เจ้าเวหา” ของผู้จัดฯ “นัท มีเรีย” ทางช่องทรูฟอร์ยู แต่ก็ยังคงปกปิดเป็นความลับ

ล่าสุดแฟนๆ เห็น สาวใหม่ โพสต์รูปลงอินสตาแกรมชุดใหญ่ เริ่มต้นการทำงานวันแรกของปี ด้วยการลงคอร์สเรียนขี่ม้า พร้อมกับการแต่งกายสไตล์สวยเหมาะเจาะ คล้ายกับเป็นส่วนหนึ่งของฉากในละคร ทำให้เดาไปต่างๆ นานาว่า นี่อาจจะเป็นผลงานชิ้นใหม่ เพื่อละครเรื่อง “เจ้าเวหา” ในตอน “ผู้ครองฟ้า” ที่เคยมีข่าวลือว่านางเอกคือ สาวใหม่ หรือเปล่า..?

อีกทั้งยังประจวบเหมาะกับความคืบหน้าของกองละครซีรีส์ชุดนี้ ตอน “ฝั่งน้ำจรดฝั่งฟ้า” ของ อั้ม อธิชาติ กับ นุ่น วรนุช ก็เดินหน้าถ่ายไปได้พอสมควร ส่วนตอน “พิชิตแดนใจ” กับ “ผู้ครองฟ้า” ที่ได้พระเอก แอนดริว เกรกสัน กับ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ เริ่มฟิตติ้งและถ่ายภาพเก็บเอาไว้ เหลือเพียงการเปิดตัวนางเอกละคร..ว่าจะใช่ “แพนเค้ก เขมมิจ” กับ “ใหม่ ดาวิกา” 2 นางเอกที่เพิ่งจะหมดสัญญาจาก ช่อง 7 สี ตามเสียงร่ำลือหรือไม่

หนุ่มซิ่งยิงยาวจากเชียงใหม่ หลับในทะลุเต็นท์ จนท.กระเจิง

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NC8xOTI0OTU4L25ld3MwMi5qcGc=

จนท.บริการช่วงปีใหม่ โดดหนีตายกระเจิง หนุ่มขับกระบะยิงยาวจากเชียงใหม่ เกิดหลับในพุ่งชนใส่เต็นท์ โชคดีไม่มีบาดเจ็บ

(3 ม.ค.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านซ้าย จ.เลย ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะเสียหลักพุ่งชนเต็นท์ศูนย์อำนวยการบริการนักท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลปีใหม่ บริเวณถนนพระธาตุศรีสองรัก บ้านหัวนายูง จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

จุดเกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า พุ่งชนเต็นท์บริการล้มพังเสียหายไปทั้งแทบ คนขับรถกระบะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ ช่วยเหลือออกมา สอบถามเบื้องต้นทราบชื่อ นายสมัครอายุ 52 ปี เปิดเผยว่า ได้ขับรถมาจาก จ.เชียงใหม่ เพื่อมุ่งหน้าไปยัง จ.สกลนคร

นายสมัคร ยังเล่าอีกว่า ออกเดินทางมาตั้งแต่ช่วงกลางวันวานนี้ (2 ม.ค.) โดยไม่ได้จอดแวะพักที่ไหน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนเองเกิดหลับในแบบไม่รู้ตัว ก่อนที่สติจะกลับมาก็พบว่ารถพุ่งชนเต็นท์บริการพังเสียหายไปแล้ว และพุ่งชนป้ายบอกทาง ตัวเองไม่ได้บาดเจ็บใดๆ แต่ออกจากรถไม่ได้

ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่ เล่าว่า ระหว่างที่ผลัดเปลี่ยนเวรกันปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ชุดกลางคืน 4-5 นาย กำลังผิงไฟบรรเทาความหนาวเย็น อยู่ๆ ก็พบรถกระบะขับมาด้วยความเร็วและพุ่งชนเต็นท์อย่างจัง เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหนีตายจ้าละหวั่นไปคนละทิศทาง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายสมัคร ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ไม่พบค่าแต่อย่างใด จึงได้แจ้งข้อหาขับรถประมาท ทำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป